
เมื่ออายุมากขึ้น สภาพผิวบนใบหน้าของเราก็ย่อมเสื่อมสภาพไปตามวัยมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละบุคคล สามารถจัดแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ
กลุ่มที่1 เริ่มมีริ้วรอย (Fine Line,Wrinkle) ซึ่งเกิดจากการขาดความชุ่มชื้นของผิวหนังชั้นบยร่วมกับ ความหนาตัวที่ผิดปกติของชั้นหนังแท้ นอกจากเป็นผลของวัยแล้วสาเหตุหลักมักเกิดจากแสงแดดและการสูบบุหรี่
กลุ่มที่2 เริ่มมีรอยย่น (Deep Line, Furrow) ซึ่งทีทั้งแบบที่ปรากฎเห็นเมื่อมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้า (Dynamic Lines) หรือเป็นมากๆเข้าก็จะเป็นรอยย่นถาวร (Static Lines) พบได้ที่
- หางตา (Crow's Feet)
- หน้าผาก (Worry Lines)
- หัวคิ้ว (Frown Lines)
กลุ่มที่3 เริ่มมีความหย่อนคล้อยของผิวหนัง (Skin Laxity , Drooping) ซึ่งเกิดจากการลดจำนวนของเส้นใย Collagen , Elastin ในผิวหนังแท้จนถึงเซลไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง มักเกิดได้บริเวณหน้าผาก ,เปลือกตาบน-ล่าง , เบ้าตาที่ดูลึกลง และความหย่อนคล้อยของผิวหน้าบริเวณขากรรไกรและใต้คาง

สิ่งต่างๆเหล่านี้สามารถแก้ไขได้โดยยังไม่ต้องใช้ศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบีนมีความก้าวหน้ารวมทั้งมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง
สำหรับกลุ่มที่1 สามารกแก้ไขได้ด้วย เทคโนโลยี I-Pulse ซึ่งเนแสงความเข้มข้นสูง สามารถกระตุ้นการสร้าง collagen ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้ร่วมกับ Radiofreqyency (Regen, Lavatron) เพื่อทำให้เกิดผลได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่ม2 สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีด Botox เพื่อลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อที่เป็นสาเหตุของริ้วรอย หรือฉีด Dermall Filler เพื่อทดแทน collagen ที่หายไปในชั้นหนังแท้ เพื่อเติมเต็มริ้วรอยให้หายไป
สำหรับกลุ่ม3 สามารถเลือกใช้ Thermage ซึ่งเป็น High Energy Radiofrequency
หรือ Ulthera ซึ่งเป็น Ultrasound ซึ่งสามารถกระตุ้นการสร้าง collagen ได้ลึกถึง ชั้น SMASH สามารถยกกระชับผิว และลดความหย่อนคล้อยของผิวหน้าได้ เทียบเท่ากับการรักษาโดยการผ่าตัดเลยทีเดียว
จะเห็นได้ว่าการคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวหน้า ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และไม่ใช่การทำศัลยกรรม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เพื่อตรวจวิเคราะห์ถึงสาเหตุและเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพดีขึ้น สามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้าของเราได้อย่างที่ตั้งใจ