
การเกิดแผลเป็นนูน (Keloid) พบได้เท่ากันทั้งในหญิงและชาย โอกาสเป็นพบมากขึ้นในคนที่มีผิวสี โดยมากพบในคนที่อายุมากกว่า11 ปี การเกิดแผลป็น keloid เกิดจากการซ่อมแซมตัวเองที่ผิดปกติ เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ โดยมีการสร้างเนื้อเยื่อcollagenบางประเภท มากเกินกว่าปกติ
ลักษณะของแผลจะมีลักษณะ นูน เป็นมันเงา มีลักษณะยืดหยุ่นเหมือนยาง สีของแผลจะมีได้ตั้งแต่ สีชมพู สีแดงสด หรือสีแดงอมน้ำตาล บางครั้งอาจพบว่าแผลเป็นที่เกิดขึ้นมีอาการเจ็บและคันได้ ในรายที่แผลเป็นเกิดขึ้นเหนือบริเวณข้อต่อ อาจมีผลต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ การลุกลามของแผลเป็น จะขยายตัวออกเหมือนนิ้วที่คลืบคลาน โดยแผล keloid สามารถเกิดขึ้นได้หลังการได้รับบาดเจ็บต่างๆ เช่นเป็นแผลถลอก เกิดรอยขีดข่วน แผลเป็นสิว แผลจากอีสุกอีใส แผลที่มีการติดเชื้อ แผลที่มีแรงตึงมาก โดยมากมักพบบ่อยบริเวณ ติ่งหู หน้าอก ไหล่ และบริเวณหลังด้านบน

ภาพแสดงลักษณะของแผลเป็นนูน (Keloid)
การรักษาแผลเป็น keloid มีวิธีการรักษาได้หลายวิธี ดังนี้
1. การรักษาด้วยวิธีให้แผลหายตามธรรมชาติ (Natural Treatment) โดยการใช้ silicone sheet ประคบนวด(compression) เป็นเวลาหลายเดือน พบว่าทำให้แผลมีขนาดเล็กลงได้
2. การฉีดสาร สเตียรอยด์ (Steroid Injection) จะได้ผลดีมากในบาดแผลที่เพิ่งเริ่มนูน และมีประวัติของ keloid มาก่อน
3. การบำบัดโดยวิธีจี้เย็น(cryotherapy)ได้ผลดีในkeloid ที่มีขนาดเล็ก มีข้อจำกัดในการใช้วิธีนี้สำหรับผู้ป่วยที่มีผิวสี เนื่องจากหลังทำอาจพบเป็นรอยขาวขึ้นได้
4. รังสีรักษา (Radiation Therapy) จะได้ผลดีมากเมื่อใช้ ร่วมกับการผ่าตัด
5. การรักษาด้วยเลเซอร์ (Laser Therapy) ใช้ laserในกลุ่ม pulse dye laser
6. การรักษาด้วยวิธีการใหม่ๆ เช่น การใช้ยาประเภท alpha interferon, 5-fluorouracil, bleomycin