ข่าวสาร

CHECK! ผมบางแบบไหน

CHECK! ผมบางแบบไหน

ผมร่วงจากฮอร์โมน เป็นผมร่วงที่พบบ่อยที่สุด ลักษณะผมบางลงในตําแหน่งที่ไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน* เช่น บริเวณศีรษะทางด้านหน้า ในขณะที่บริเวณท้ายทอยจะไม่ไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ดังนั้นผู้ป่วยที่ผมบางจากฮอร์โมน ผมจะบางในส่วนด้านหน้าหรือหน้าผาก แต่บริเวณท้ายทอยยังคงมีผมดกดําอยู่ ด้วยเหตุนี้การผ่าตัดปลูกผมจึงมักเลือกนําตอผมจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกให้บริเวณที่บาง เพราะเส้นผมยังดําและเส้นยังหนาสมบูรณ์ดี ปัจจัยที่ทําให้เกิดผมบางของฮอร์โมนที่สําคัญคือกรรมพันธุ์ หากมีพ่อแม่ผมบางจากฮอร์โมน เรามีโอกาสที่จะเป็นมากขึ้น โดยผมที่บางลงเกิดจากผมที่เคยเส้นหนาสีเข้มย้อนกลับไปเป็นผมเส้นบาง สั้น และสีอ่อน โดยลักษณะการบางส่วนใหญ่จะมีแบบแผนชัดเจน เช่น ผู้ชายมักผมบางด้านหน้าผากหรือที่เรียกแบบสุภาพว่า หน้าผากสูง ส่วนผู้หญิงมักพบบางที่กลางศีรษะ

(*แอนโดรเจน หรือ ฮอร์โมนเพศชาย เมื่อเราอายุมากขึ้นระดับฮอร์โมนจะลดต่ำลงส่งผลให้ผมร่วง )

การรักษา

แตกต่างกันไปตามความรุนแรง เช่น ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อยอาจใช้ยาหยอดที่ชื่อว่า Minoxidil กระตุ้นให้ผมขึ้น หนาขึ้น หรือถ้าผมบางมากๆ แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาหรือพิจารณาการปลูกถ่ายผม (ตามข้อบ่งชี้ หรือตามความ กังวลใจของคนไข้) ไม่แนะนําให้รักษาเอง เพราะในยาทาและยารับประทานมีผลข้างเคียงที่แพทย์ควรให้ความรู้กับคนไข้ในการใช้รวมถึงการปฏิบัติตัวเพื่อคอยติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

 

ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นภาวะที่พบบ่อยมากเช่นกัน ลักษณะผมร่วงจะเป็นวงกลมหรือรีมีขอบชัดเจน ถ้ามองด้วยตาเปล่าใกล้ๆ หรือ ใช้กล้องกําลังขยายสูงช่วย อาจจะพบเส้น ผมที่มีลักษณะคล้ายเครื่องหมายอัศเจรีย์ที่บริเวณขอบของวงผมร่วง โดยบริเวณที่เกิดผมร่วงพบได้ทั้งที่ศีรษะและที่อื่นๆ เช่น คิ้ว ขนตา หรือหนวด ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบชัดเจน เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของภาวะภูมิคุ้มกันตัวเองและบางส่วนเกี่ยวข้องทางกรรมพันธุ์ ทําให้เม็ดเลือดขาวมากินรากผมของเราเองโดยไม่มีสาเหตุ หลังจากนั้นรากผมจะมีขนาดเล็กลงทำให้หลุดร่วงง่าย

การรักษา

 

แพทย์จะพิจารณาตามพื้นที่ความกว้างของ ผมร่วง ความรุนแรง และอายุของผู้ป่วย ถ้า อายุน้อยกว่า 10 ปี อาจพิจารณาเป็นยาทา ถ้าผู้ป่วยอายุมากกว่า 10 ปี แต่ผมร่วงน้อยกว่า 50% อาจพิจารณาฉีดยาลดการอักเสบ ร่วมกับการทายากระตุ้นให้ผมขึ้นมา แล้วรอติดตามผลการรักษา ถ้าผมร่วงเป็นพื้นที่มากกว่า 50% อาจจะพิจารณาทายากระตุ้นภูมิคุ้มกันบางตัว ซึ่งแพทย์เท่านั้นที่สั่งได้ เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่ต้องการการดูแลโดยแพทย์ ทั้งนี้อาจทําการรักษาร่วมกับการรับประทานยาหรือ ฉีดยาก็ได้ โรคนี้การพยากรณโรคค่อนข้างดีมาก คือผมจะขึ้นใหม่เต็มพื้นที่ แต่อาจจะเป็นๆหายๆได้

 

เทโลเจนคือวงจรเส้นผมระยะสุดท้ายซึ่งจะหยุดการเจริญเติบโตและรอการหลุดร่วง ดังนั้นภาวะผมร่วงในระยะเทโลเจนมากกว่าปกติจะพบได้ในผู้ป่วยที่ผมร่วงทั่วศีรษะ ปกติผมของเราร่วง 50-100 เส้น ซึ่งผมที่ร่วงจะอยู่ระยะเทโลเจน บางส่วนอาจเป็นคะตาเจน(วงจรผมระยะ2)ผมของเราเจริญและงอกยาว ใช้เวลาเป็นเดือนถึงหลายปี จากนั้นเข้าสู่ระยะเทโลเจนแล้วหลุดร่วงไป การหลุดร่วงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ภาวะตั้งครรภ์ ภาวะขาดสารอาหาร ความเครียดบางอย่าง จะส่งผลต่อ วงจรการเกิดผมให้ผิดปกติ อาจทําให้พบภาวะผมร่วงในระยะเทโลเจนปริมาณมากกว่าปกติ แต่มีข่าวดีคือ เมื่อรักษาต้นเหตุหมดไปมีสิทธิ์ที่ผมจะกลับมาขึ้นใหม่เหมือนเดิมสูง

สาเหตุ

ผมร่วงในระยะเทโลเจนที่มากกว่าปกติ อาจ เกิดจากหลายปัจจัยเช่น

ผลข้างเคียงของยาบางตัว เช่น ยาคุมกําเนิดชนิดรับประทาน ยารักษาสิวชื่อ Retinoid ยาลดการแข็งตัวของเลือด ยา

รักษาไทรอยด์ ยากันชัก ยาเคมีบําบัด

ภาวะเจ็บป่วยหรือไม่สบายบางอย่าง เช่น ภาวะติดเชื้อรุนแรง โรคเรื้อรังบางโรค ความเครียด ภาวะหลังผ่าตัดหลังคลอด ภาวะอดอาหาร

 

ซึ่งภาวะเหล่านี้ อาจจะเกิดก่อนผมร่วงได้ ถึง 3 เดือน แพทย์ผู้รักษาต้องทําการตรวจและซักประวัติคนไข้ทุกราย ตรวจร่างกาย จะพบว่ามีผมบางทั่วศีรษะหรือเพียงบาง ส่วน รวมถึงขนบริเวณอื่น ๆ ด้วยก็เป็นได้ หากดึงผมเบาทั่ว ๆ อาจจะพบมีผมหลุดร่วงออกมาชัดเจน เมื่อส่องตรวจอาจพบว่าผมที่ร่วงเป็นระยะเทโลเจนมากกว่า 20%

 

ยังพบว่ามีผมร่วงแบบอื่น ๆ และโรคที่ก่อปัญหาผมร่วง เช่น โรคชอบดึงผม บางครั้งผมร่วงก็กลายเป็นปัญหาที่กระทบต่อจิตใจมากกว่าร่างกาย ดังนั้น ขอสรุปง่ายๆ คือ หากพบผมร่วงเกิน 100 เส้นต่อวันและพบว่าเป็นเกิน 2 สัปดาห์ แนะนําให้ควรปรึกษา แพทย์เพื่อหาทางแก้ที่สาเหตุจริงๆ หรือทํา ความเข้าใจเพื่อหาแนวทางรักษาร่วมกัน

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก เบอร์โทรศัพท์ : สาขาอโศก 02-2465111
 
                    สาขาปิ่นเกล้า 02-4345222
 

 

                     Line @asokeskinhospital