ข่าวสาร

ผมร่วงไม่ใช่ปัญหา ถ้าดูแลอย่างถูกวิธี

      เส้นผมก็เปรียบเสมือนเครื่องประดับที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนเรา คนที่มีผมดกหนา นุ่มลื่นเงางาม มักเป็นที่ปรารถนาของหลายๆ คน เพราะไม่ว่าจะทำผมทรงไหนก็รอด ปล่อยสวยๆได้สบายๆเลย ผมสวยดูสุขภาพดีจะช่วยสงเสริมบุคลิกภาพเราด้วยนะคะ ส่วนคนผมเส้นเล็ก หรือมีผมบาง อาจจะต้องหากลเม็ดเคล็ดลับที่จะทำให้ผมดูหนาขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้น แต่ไม่ว่าจะมีผมเส้นหนาหรือบางก็สามารถเกิดปัญหาผมขาด ผมเสีย หลุดร่วงได้ ถ้าไม่ดูแลผมอย่างถูกวิธี
 
ทำความรู้จักวงจรชีวิตของเส้นผม
 
     วงจรการเกิดของเส้นผมมี 3 ช่วงด้วยกัน ระยะแรกเรียกว่า Anagen เป็นช่วงที่ผมเริ่มมีการงอกยาวและมีการสร้างสีของเส้นผม โดยระยะเวลาของเส้นผมที่หนังศีรษะของช่วงนี้คือ 2 - 8 ปี และเส้นผมของเราจะอยู่ในระยะนี้ร้อยละ 90 - 93 ของเส้นผมบนหนังศีรษะ หลังจากนั้นจะเริ่มหยุดการแบ่งตัวและสีจางลง เข้าสู่ระยะ Catagen ซึ่งใช้ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ แล้วเข้าสู่ระยะ Telogen หรือระยะพัก ซึ่งจะหยุดการเจริญเติบโต และรอการหลุดร่วงโดยใช้เวลาช่วงนี้ประมาณ 3  เดือน โดยระยะนี้อาจมีจำนวนเส้นผมร้อยละ 10-15 ของเส้นผมบนหนังศีรษะ โดยปกติผมที่ศีรษะของเราจะยาว 0.35 มิลลิเมตรต่อวัน หรือ 1 เซนติเมตรต่อเดือน
ทั้งนี้ช่วงอายุก็เป็นปัจจัยในการเจริญเติบโตและความหนาแน่นของเส้นผมเช่นกัน เนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ และลักษณะทางกรรมพันธ์ พบว่าจำนวนเส้นผมที่โตเต็มที่บนศีรษะเราจะมีมากที่สุดตอนเกิดคือ 1135 เส้น/ตารางเซนติเมตร พอช่วง 20-30ปี ลดเหลือ 615 เส้น/ตารางเซนติเมตร พอช่วง 30-50ปี ลดเหลือ 485 เส้น/ตารางเซนติเมตร และ พอช่วง 70-80ปี ลดเหลือ 435 เส้น/ตารางเซนติเมตร
 
การดูแลรักษาเส้นผมอย่างถูกวิธี
 
      นอกจากวงจรชีวิตของเส้นผมที่น่าสนใจและควรรู้จักแล้ว การดูแลเส้นผมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากเราละเลยการดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ผมของเราอาจจะหลุดร่วงขาด หรือไม่เงางามแบบนี้เราต้องการได้ ซึ่งการดูแลเส้นผมง่ายๆ มีดังนี้
 
1.หลีกเลี่ยงการทำเคมีกับเส้นผม เช่น การย้อมผม กัดสีผม ดัดผม ที่ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ผมขาดร่วงหรือผมหักได้ รวมถึงการใช้ความร้อนกับเส้นผม ทำให้ผมแห้งเสีย อ่อนแอ และหลุดร่วงหรือขาดได้ง่ายเช่นกัน หากจำเป็นต้องทำเคมีกับผม หรือใช้ความร้อนกับผม ควรพยายามทำให้น้อยที่สุด และมีระยะห่างของการทำพอสมควร เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายผมอย่างต่อเนื่อง
2.ไม่ดึงผม หวีผมแรงๆ หรือ มัดผมแน่นเกินไป ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้หนังศีรษะอักเสบทำให้ผมร่วงได้ หรือผมขาดหลุดร่วงได้
3.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เป็นการบำรุงผมจากภายใน อย่างการรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ส่วนวิตามินที่ช่วยเรื่องบำรุงหรือเพิ่มความแข็งแรงของผมคือ biotin และ zinc ซึ่งในอาหารที่มีBiotinสูงคือ ถั่ว ตับ ข้าวซ้อมมือ กระหล่ำปลี แคนตาลูบ ลูกเกด 
4.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ เพราะภาวะเจ็บป่วยไม่สบาย หรือความเครียดก็เป็นปัจจัยทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน
5.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผมก็เป็นการช่วยถนอมให้ผมสวยๆอยู่กับเราได้นาน ๆ โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่ายอาจจะต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวศีรษะและเส้นผมด้วยนะคะ
 
พญ.ธาริณี ก่อวิริยกมล
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง
โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก