ข่าวสาร

ผิวแพ้สัมผัส ทดสอบได้ด้วย Patch-Test

           ผิวหนังของคนเราจัดได้ว่าเป็นส่วนที่ไวต่อการสัมผัสมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวัตถุ เครื่องสำอาง หรือสารเคมีต่างๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดอาการแพ้ เป็นผื่นแดง ในบางรายอาจมีอาการบวมแดงด้วย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสาเหตุจากอาการแพ้เหล่านั้นมาจากอะไร ทดสอบได้ง่ายๆ ด้วย Patch-Test
          การทำ Patch-Test คือการทดสอบสารที่คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวแพ้สัมผัส ซึ่งสารที่นำมาทดสอบมีมากกว่า 100 สาร โดยในเบื้องต้นผู้ป่วยควรสันนิษฐานด้วยตัวเองก่อนว่าอาการแพ้สัมผัสเกิดจากอะไร เช่น แพ้ลิปสติก น้ำหอม หรือเครื่องประดับที่ทำจากโลหะ ผู้ป่วยสามารถนำวัตถุหรือเครื่องสำอางที่ต้องสงสัยว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้มาให้แพทย์วินิจฉัยที่โรงพยาบาลได้ ซึ่งแพทย์จะทำการวินิจฉัยและหาสารที่ใกล้เคียงกับการเกิดผิวแพ้สัมผัส ในบางรายอาจทดสอบแค่ 25 สาร หรือบางรายอาจทำการทดสอบถึง 40 สาร
 
 
ขั้นตอนการทำ Patch-Test
 
1. งดรับประทานยาแก้แพ้หรือยากลุ่มสเตียรอยด์ก่อนทำการทดสอบประมาณ 1 - 2 สัปดาห์ เพราะฤทธิ์ยามีผลกดภูมิคุ้มกันทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อน
2. แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยหาสารที่คิดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแพ้ ประมาณ 20 – 40 สารแล้วแต่กรณี โดยจะปิดพลาสเตอร์ไว้บริเวณหลัง เนื่องจากสารเคมีที่ใช้ทดสอบมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ การทดสอบกับแผ่นหลังจึงเห็นผลได้ชัดเจนมากว่าส่วนอื่นของร่างกาย โดยแพทย์ระบุเลขกำกับสารแต่ละชนิดไว้ที่แผ่นหลัง เพื่อรอดูปฏิกิริยาของผิวที่มีต่อสารต่างๆ
3. การทดสอบ Patch-Test จะใช้ระยะเวลา 48 ชั่วโมง ระหว่างนี้ผู้ป่วยห้ามให้บริเวณที่ทำการทดสอบโดนน้ำ เพราะจะทำให้สารเจือจางได้ และควรเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกหรืออยู่ในที่ที่อากาศร้อน ซึ่งในระยะเวลาที่ทำการทดสอบผู้ป่วยจะมีอาการคันยุบยิบบริเวณหลัง เนื่องจากสารเคมีกำลังทำปฏิกิริยากับผิว ให้อดทนจนกว่าจะถึงเวลานัดพบแพทย์อีกครั้ง
4. เมื่อครบ 48 ชั่วโมง แพทย์จะแกะแผ่นพลาสเตอร์ที่หลังออก ส่วนที่แพ้จะปรากฎเป็นรอยแดงขึ้นมา แต่ถ้ามีบางจุดที่ยังไม่ปรากฎรอยแดงชัดเจน แสดงว่าผู้ป่วยอาจมีแนวโน้มว่าจะแพ้สารตัวนั้นเพิ่มเติม เนื่องจากสารดังกล่าวยังแสดงผลไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะแสดงผลเมื่อครบ 96 ชั่วโมง ในกรณีนี้แพทย์จะให้ผู้ป่วยรอดูอาการอีก 2 วัน และห้ามให้บริเวณทดสอบโดนน้ำเหมือนเดิม
5. หลังจากทำการทดสอบครบระยะเวลาที่กำหนดแล้ว แพทย์จะทำการวินิฉัยว่าสารตัวไหนบ้างที่ผู้ป่วยมีอาการแพ้สัมผัส โดยวัดจากระดับความรุนแรงของการแพ้และให้ยากลับมาเพื่อทำการรักษาตามอาการต่อไป
 
        ข้อดีของการทำ Patch-Test คือทำให้ได้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของการแพ้สัมผัส เพราะมีปัจจัยหลากหลายที่ทำให้เกิดการแพ้ได้ เมื่อทราบถึงสาเหตุของการแพ้แล้ว จึงสามารถหลีกเลี่ยงสารเคมีหรือวัตถุที่ทำให้เกิดการแพ้ เช่น แพ้เครื่องประดับที่ทำจากเงิน แพ้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย หรือแพ้สารสเตียรอยด์ เป็นการป้องกันผิวหนังจากความเสี่ยงของการแพ้สัมผัส นอกจากนี้สาเหตุของการแพ้อาจเกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรนอนหลับให้ได้วันละ 8 ชั่วโมง และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อสุขภาพผิวที่ดี ไม่มีอาการแพ้ให้ต้องกังวล
            
FYI – การทำ Patch-Test ห้ามทำกับสตรีมีครรภ์
หากสงสัยว่าตนเองไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังก่อนเข้ารับการรักษา เนื่องจากต้องอยู่ในความดูแลและการวินิจฉัยของแพทย์ เพื่อค้นหาสาเหตุของการแพ้ผิวสัมผัส
 
พญ.สุพิชา ชวนิชย์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง
โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก