ข่าวสาร

รพ.ผิวหนัง อโศก จัดอบรมพนักงาน รู้ก่อนไฟไหม้ ป้องกันอัคคีภัยให้ตรงจุด

 
 
 
           โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก จัดอบรมพนักงานป้องกันอัคคีภัย ประจำปี 2560โดยได้วิทยากรรับเชิญพิเศษ นายไพโรจน์ มณีสว่าง นายธนากร สภาชัย นายพงศกร ก้านเหลือง และนายไกรวิทย์ พุ่มน้อย วิทยากรและครูฝึกงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองกาญจนบุรี มาบรรยายเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัย เพื่อให้พนักงานโรงพยาบาลผิวหนัง อโศก มีความรู้ความเข้าใจในการรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ที่อาจเกิดขึ้นในอาคาร ซึ่งได้จัดอบรมทั้งสาขาอโศกและปิ่นเกล้า ในวันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา
         นายไพโรจน์ ได้กล่าวถึงความเคยชินของมนุษย์ในเวลาเข้าไปอยู่ในสถานที่ปิด มักจะไม่ค่อยสังเกตประตูทางออกว่ามีกี่ทาง เพราะมนุษย์มักจะเข้า – ออก ตามทางที่ตัวเองเคยชินอยู่เสมอ เวลาเกิดเหตุไฟไหม้จึงได้กรูกันออกแค่ 2 ทาง จึงทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากการสำลักควันไฟเป็นจำนวนมาก และยังได้มีการเปิดคลิปวิดีโอเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ผับ Station ในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 เพื่อให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเพลิงไหม้
       โดยวิวัฒนาการของไฟจะเริ่มจาก 0 – 2 นาที ไฟจะค่อยๆ ลุกอย่างช้าๆ ซึ่งยังสามารถดับไฟได้ แต่หากเพลิงลุกไหม้ในช่วง 3 – 5 นาที ความร้อนของไฟจะสูงถึง 200 – 1,300 องศาเซลเซียส ไฟจึงลุกลามอย่างรวดเร็ว หากดับไฟไม่ไหว ควรหาทางออกจากที่เกิดเหตุในทันที
      นอกจากนี้นายไพโรจน์ ยังได้อธิบายถึงองค์ประกอบของไฟที่มีอยู่ 3 ส่วน คือ
1.เชื้อเพลิง ซึ่งมีทั้งของแข็ง ของเหลว และก๊าซ เช่น เหล็ก หิน ดิน ทราย น้ำมัน และ ก๊าซ LPG
2.ความร้อน แบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะจุดวาบไฟและระยะจุดติด 
3.อากาศ ซึ่งไฟจะลุกโหมได้เมื่อมีอัตราออกซิเจนร้อยละ16 – 21 % ถ้าในห้องมีอากาศน้อยกว่า 16% ไฟก็จะมอดลงได้
     โดยการติดต่อลุกลามของไฟขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยคือ การนำความร้อนและการพาความร้อน อาคารสูง 3 ชั้นต้องสร้างบันไดหนีไฟ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ผู้ที่ติดอยู่ในอาคารสามารถวิ่งขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้าแล้วโบกธงขอความช่วยเหลือได้
     ส่วนการแผ่รังสีความร้อน หากไฟลุกไหม้จนถึงอุณภูมิ 1,300 องศาเซลเซียส ความร้อนสามารถแผ่ได้ไกลถึง 500 ฟุต เมื่อเกิดเพลิงไหม้ให้ตั้งสติ ดูประเภทของไฟ หากพบถังดับเพลิงให้ถือติดตัวไปด้วย เลือกวิธีดับเพลิงพร้อมกับแจ้งหน่วยดับเพลิงให้มาควบคุมไฟในพื้นที่อาคาร และทยอยออกจากที่เกิดเหตุ โดยสาเหตุหลักๆ ของการเกิดเพลิงไหม้คือ การหุงต้ม การจุดธูปเทียนบูชา การสูบบุหรี่ ไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงการใช้เชื้อเพลิงในทางที่ผิด
 
  
 
 
      ในช่วงบ่ายมีการสาธิตการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง โดยนายธนากร ได้บรรยายถึงการใช้ถังดับเพลิง ซึ่งมีอยู่ 2 ชนิดคือ น้ำยาผงเคมีแห้ง ซึ่งไม่เหมาะกับห้องอับอากาศ และ CO2 เป็นน้ำยาเหลวระเหยแบบสะสมแรงดันเหมาะกับสถานที่อับอากาศ เช่น ในบ้าน อาคารสำนักงาน ซึ่งถังดับเพลิงที่นำมาสาธิตเป็นประเภทน้ำยาผงเคมีแห้ง
      โดยวิธีการใช้ถังดับเพลิงมีวิธีจำง่ายๆ คือ ดึง ปลด กด ส่าย การดึงเป็นการดึงสายด้านนอกออก การปลดคือการปลดสลักด้านบนออก การกดคือกดสลักด้านบนให้สุด และการส่ายปลายก้มฉีดไปที่ฐานของไฟเพื่อดับเชื้อเพลิงให้ดับได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้มีการอธิบายถึงลักษณะของถังแก๊สที่มักเป็นจุดชนวนเหตุเพลิงไหม้ที่พบเห็นได้ง่าย ซึ่งถ้าใช้ถังแก๊สอย่างถูกวิธีก็สามารถป้องกันการเกิดไฟไหม้ได้
     อีกทั้งยังมีการสาธิตการอพยพ โดยให้พนักงานเดินลงทางบนไดหนีไฟ มีคนถือธงนำขบวนแถว เมื่อลงมาถึงชั้นล่างวิทยากรได้อธิบายการใช้ Fire Hose Reel ในกรณีฉุกเฉินเมื่อเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงการอพยพคนเจ็บออกบริเวณอาคารด้านหลัง และการรวมพลบริเวณหน้าโรงพยาบาลเพื่อให้แต่ละแผนกได้เช็กชื่อบุคคล ว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือยังออกมากันครบหรือไม่ ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านอย่างปลอดภัย
     นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการใช้ถังดับเพลิง โดยการทดสอบจุดไฟที่ถังแก๊สแล้วให้พนักงานแต่ละคนช่วยกันฉีดไปที่ฐานของไฟจนมอดทั้งหมด เพื่อทดสอบการใช้อุปกรณ์ดับไฟในภาคปฏิบัติ ซึ่งช่วยให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันอัคคีภัยอย่างถูกต้อง