ข่าวสาร

Vitamin A อาหารผิวชะลอวัย

"วิตามินเอ" และอนุพันธ์ของวิตามินเอ
ในส่วนนี้เราจะขอเรียกรวมๆกันว่าวิตามินเอ
 
ผลของวิตามินเอ ทำให้ผิวหนังหนาตัวขึ้นเต่งตึงขึ้น ลดริ้วรอยแห่งวัย รอยเหี่ยวย่น ลดเม็ดสีผิดปกติ จุดด่างดำ และเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนังได้ จากงานวิจัย พบว่าได้ผลในการรักษาการเสื่อมสภาพของผิว (Skin Aging) โดยใช้ในรูปแบบทาที่ผิวหนัง ส่วนรูปแบบการกิน มีการศึกษาในคนกลุ่มเล็กที่พบว่าได้ผล จึงยังคงต้องวิจัยต่อไป
 
วิตามินเอ ถือเป็นตัวหลักของสารชะลอวัย (Anti-Aging) สำหรับผิวหนังเลยก็ว่าได้ จึงมีการนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ชะลอวัยแทบจะทุกยี่ห้อ
นอกจากใช้รักษาการเสื่อมสภาพผิวแล้วยังใช้รักษาโรคผิวหนังอื่นๆ เช่น สิว สะเก็ดเงิน เนื้องอกที่กำลังจะกลายเป็นมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
 
ผลข้างเคียงของการทาวิตามินเอ พบการระคายเคือง เช่น ผิวหนังเป็นขุย อักเสบ คัน แสบ แดง ลอก ซึ่งแปรตามความเข้มข้นและชนิดของวิตามินเอที่เลือกใช้
วิตามินเอที่ใช้กันอย่างกว้างขวางคือ เตรตติโนอิน (Tretinoin) ซึ่งสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยา เพราะในปัจจุบันนี้ใช้ในการรักษาสิวนั่นแปลว่า คนที่ทาวิตามินเอในการรักษาสิว จะได้อานิสงส์เรื่องการชะลอวัยไปด้วย แต่ด้วยวิตามินเอนั้นมีผลข้างเคียง จึงควรเลือกซื้อครีมชะลอวัยที่มีส่วนผสมของวิตามินเอในรูปแบบ Retinol, Retinol Derivartive (Retinyl Acetate, Retinyl Propionate, Retinyl Palmitate, Retinaldehyde หรือ Isotretinoin ซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยกว่า และพบว่า ถึงแม้มีผลข้างเคียงขึ้น หากทายาต่อไป ผิวจะสามารถปรับตัวได้ในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ โดยอาจจะเริ่มด้วความเข้มข้นต่ำๆ แล้วค่อยเพิ่มความเข้มข้นขึ้น ซึ่งพบว่า Retinaldehyde จะได้วิตามินเอที่เสถียรขึ้นด้วย)
 
 
ข้อควรระวัง
 
ในผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือไม่ได้คุมกำเนิด แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการมีบุตร ห้ามรับประทานวิตามินเอ เนื่องจากจะทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ มีคำแนะนำว่าไม่ควรใช้วิตามินเอชนิดทาด้วย แม้ว่ามีบางการศึกษาจะพบว่า การทาวิตามินเอไม่มีผลเพิ่มโอกาสทารกในครรภ์ผิดปกติก็ตาม ดังนั้น ถ้าวางแผนจะมีบุตรก็ควรงดวิตามินชนิดทาด้วย