ข่าวสาร

เชื้อราที่เล็บคืออะไร?

เชื้อราที่เล็บคืออะไร?

เล็บ’ คืออวัยวะเล็กๆ ที่สร้างความสวยงาม และแสดงถึงอนามัยของเจ้าของเล็บ เล็บงอกได้ตลอดเวลา โดยเล็บมือจะยาวเร็วกว่าเล็บเท้าประมาณ 2 เท่า ธรรมชาติของเล็บที่มีสุขภาพดี หรือดูปกติจะมีสีชมพูอ่อน มีความเรียบเสมอกัน หากพบความผิดปกติ แสดงว่าต้องมีที่มาที่ไปและไม่ควรวางเฉย ดังเช่นโรค เชื้อราที่เล็บ

โรคเชื้อราที่ (onychomycosis) หมายถึง การติดเชื้อราซึ่งรวมถึงราที่เป็นสายรา หรือ เชื้อราในรูปของยีสต์ (ราที่มีลักษณะเป็นเซลล์กลม) ที่เล็บ โดยปกติแล้วเชื้อราที่กล่าวมานี้มีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือการเพาะเชื้อรา เป็นต้น

เชื้อราที่เล็บ มีสาเตุได้จากเชื้อราหลายชนิด พบบ่อยคือไตรโคฟีตันรูบรัม (Trichophyton Rubrum) และในกลุ่มราไตรโคฟีตันอินเตอร์ดิจิทาเล (Trichophyton Interdigitale) พบที่เล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ เนื่องจากเล็บเท้าเกิดความอับชื้นง่าย หรือเกิดการติดเชื้อราที่บริเวณเท้า (Tinea Pedis) แล้วลุกลามมาที่เล็บเท้าก็พบบ่อยเช่นกัน โดยเชื้อราอาจจะสะสมอยู่ในรองเท้า

โรคเชื้อราที่เล็บมักทำให้รูปร่างของเล็บผิดปกติไป พบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีโอกาสเป็นเชื้อราที่เล็บมากขึ้นคือ การได้รับอุบัติเหตุหรือบาดแผลที่เล็บมาก่อน หรือพบในคนที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV, ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่มีภาวะหลอดเลือดส่วนปลายบกพร่อง

เมื่อสงสัยว่าเป็นเชื้อราที่เล็บ แพทย์อาจขูดขุยจากเล็บที่หนาไปตรวจหาเชื้อราและเพาะเชื้อราแยกชนิด และยืนยันการวินิจฉัยโรค

 

ลักษณะและอาการของโรคเชื้อราที่เล็บ

โรคเชื้อราที่เล็บโดยส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่มีอาการอะไร ผู้ป่วยบางรายอาจมีรอบเล็บบวมแดง โดยเฉพาะนิ้วมือที่ต้องโดนน้ำบ่อยๆ ซึ่งเกิดจากเชื้อยีสต์ แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาในการรักษาโรคมักจะเป็นโรคเชื้อราที่เล็บอันเนื่องมาจากเชื้อกลากแท้ หรือ เชื้อกลากเทียมซึ่งผู้ป่วยจะไม่มีอาการอะไร บางรายปล่อยไว้นานหลายปี จนเล็บมีการเปลี่ยนแปลงมากจึงมาพบแพทย์ หรือมาพบแพทย์ด้วยเหตุอื่นๆ แล้วได้รับการส่งตัวมาพบแพทย์ผิวหนังเนื่องจากการตรวจเล็บผิดปกติ

 

ความผิดปกติที่เล็บนั้นพบว่า เล็บเท้าพบได้บ่อยกว่าเล็บมือ และเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก

โดยเฉพาะพบในผู้สูงอายุที่อาจมีโรคร่วมอื่นๆ เกิดอยู่ด้วยกันได้

 

ผู้ป่วยส่วนหนึ่งอาจมีการติดเชื้อราที่ผิวหนังร่วมด้วย เช่นเชื้อราที่เท้า หรือ เชื้อราที่ผิวหนังส่วนอื่นที่กระจายออกไปกว้าง หรือผู้ป่วยบางส่วนอาจมีผลแทรกซ้อนตามมาหลังการติดเชื้อรา เช่น เล็บขบ เล็บขบอักเสบติดเชื้อ หรือเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

 

ลักษณะสังเกตของโรคเชื้อราที่เล็บนั้นมีได้หลายประการ ที่สำคัญก็คือ จำนวนของเล็บที่มีการเปลี่ยนแปลงจะพบไม่มาก มีเล็บที่เป็นโรคเพียงประมาณ 1-3 เล็บ โดยเล็บที่ติดเชื้ออาจพบลักษณะหนาตัวขึ้น มีขุยหนาใต้เล็บ มีสีเล็บที่เปลี่ยนแปลงไป หรือเล็บที่แยกตัวออกมาจากฐานเล็บ อาจเห็นเป็นโพรงหรือช่องว่างใต้เล็บ

 

โรคที่มักสร้างความสับสนกับทั้งผู้ป่วย แพทย์ หรือบุคคลทั่วไปคือโรคสะเก็ดเงินที่เล็บ ซึ่งเล็บที่เห็นจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่คล้ายกับเชื้อราที่เล็บ แต่ไม่ได้เกิดจากเชื้อราแต่อย่างใด

 

อาการอย่างไรที่เรียกว่าเป็นเชื้อราที่เล็บ

จะมีอาการหรือรูปร่างเล็บที่ผิดปกติได้หลายแบบ ที่พบบ่อยมากที่สุดคือ ปลายเล็บหนาและล่อน แบบอื่นๆอาจจะพบเป็นแถบขาวหรือเหลืองข้างเล็บหรือโคนเล็บ หรือบนเล็บเป็นขาวๆมีหลุม หรือเป็นขุยที่ใต้เล็บก็ได้

การที่จะวินิจฉัยโรคเชื้อราที่เล็บนั้น จะต้องอาศัยลักษณะของเล็บที่มีความผิดปกติดังที่ได้กล่าวแล้วร่วมกับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การขูดขุยจากเล็บไปตรวจหาเชื้อรา การเพาะเชื้อรา และจำแนกเชื้อราก่อโรคที่เล็บ ในผู้ป่วยบางรายโดยเฉพาะเชื้อกลากเทียม แพทย์อาจต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการซ้ำ โดยเฉพาะการเพาะเชื้อรามากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค

การขูดเล็บจะกระทำโดยการตัดเล็บส่วนนอกทิ้ง และนำขุยที่ได้จากส่วนเล็บซึ้งเป็นโรคนำมาตรวจทางห้องปฏิบัติการ วิธีนี้เป็นวิธีมาตรฐาน ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยมีความเจ็บปวดหรือเลือดออกแต่ประการใด หลังจากนั้นจะนำขุยที่ได้จากเล็บไปตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศน์โดยใช้สารละลายด่าง potassium hydroxide หากเป็นโรคเชื้อราที่เล็บจะพบลักษณะสายรา

การตรวจทางห้องปฏิบัติการนี้มีความจำเป้นอย่างมากในการวินิจฉัยโรคเชื้อราที่เล็บ เพราะเล็บที่มีความผิดปกติอาจไม่ได้เกิดจากเชื้อราที่เล็บเสมอไป ผู้ป่วยหลายรายที่เล็บผิดปกติแต่ไม่ใช่โรคเชื้อราที่เล็บ ทำให้ผู้ป่วยอาจได้ยารับประทานโดยไม่มีความจำเป็น และอาจเกิดผลข้างเคียงตามมาได้

 

การรักษาโรคเชื้อราที่เล็บ

โรคเชื้อราที่เล็บมีความผิดปกติอาจสร้างปัญหาให้ผู้ป่วย แต่ก็ไม่ใช่ภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบรักษา การรักษาเชื้อราที่เล็บต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ ถึงหลายเดือนหรืออาจเป็นปี จัดเป็นโรคที่รักษาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็เป็นโรคที่สามารถรักษาได้

โรคเชื้อราที่เล็บมีความผิดปกติอาจสร้างปัญหาให้ผู้ป่วย แต่ก็ไม่ใช่ภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบรักษา การรักษาเชื้อราที่เล็บต้องใช้เวลานานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหรืออาจปี จัดเป็นโรคที่รักษาได้ไม่ง่ายนัก แต่ก็เป็นโรคที่สามารถรักษาได้

ก่อนเริ่มการรักษาโรคเชื่อราที่เล็บ แพทย์จะตรวจทางห้องปฏิบัติการก่อนเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคนอกจากนั้นแพทย์อาจต้องคำนึงปัจจัยอื่นๆ เช่น โรคประจำตัว ยาที่รับประทานประจำ หรือปัจจัยอื่นๆที่จะทำให้การรักษาโรคเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะเชื้อกลากเทียม ซึ่งเชื้อนี้มักจะดื้อต่อการรักษาด้วยยารับประทานรักษาเชื้อราเป็นต้น

การเลือกการรักษาขึ้นกับความรุนแรงของเล็บที่ติดเชื้อรา ชนิดของเชื้อรา โรคประตัวของผู้ป่วยและอายุของผู้ป่วย

- ยาทาฆ่าเชื้อรา ช่วยรักษาการติดเชื้อราที่เล็บชนิดเป็นปลายเล็บ หรือช่วยในผู้ป่วยที่มีข้อห้ามในการให้ยาฆ่าเชื้อราชนิดที่รับประทาน ยาทาฆ่าเชื้อราที่เล็บ ได้แก่ Ciclopirox Lacquer และ Amorolfine

- ยาฆ่าเชื้อราชนิดรับประทาน ตัวอย่างเช่น Griseofulvin หรือ itraconazole ทั้งนี้การเลือกยาฆ่าเชื้อราชนิดที่รับประทาน แพทย์ผู้รักษาจะคำนึงตามอายุ และตามความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

- ถอดเล็บไม่ว่าจะโดยการผ่าตัดหรือใช้เคมีถอดร่วมกับการทายา หรือกินยาฆ่าเชื้อรา จะทำให้ในรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาข้างต้นเลย เพราะเป็นวิธีที่เจ็บปวดมาก

 

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โรงพยาบาลผิวหนัง อโศก เบอร์โทรศัพท์ : สาขาอโศก 02-2465111

 

                    สาขาปิ่นเกล้า 02-4345222

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                     Line @asokeskinhospital